|
|
พันธุ์ไก่ชนที่นิยมเลี้ยง และเป็นที่รู้จักกันดีในแวดวงชาวไก่ชนของไทย ได้แก่ ไก่ชนพันธุ์ไทย ไก่ชนพันธุ์พม่า ไก่ชนพันธุ์เวียดนาม(ไซ่ง่อน) และไก่ชนพันธุ์ลูกผสม
ไก่ชนพันธุ์ไทย
ไก่ชนพันธุ์ไทย หรือที่นิยมเรียกสั้นๆ ว่า "ไก่ชนไทย" มีทั้งรอยเล็กและรอยใหญ่ แต่ที่นิยมนำมาเลี้ยงชนนั้นมักจะเป็นรอยใหญ่มากกว่ารอยเล็ก ไก่เพศผู้ที่สมบูรณ์และโตเต็มที่แล้วน้ำหนักมักจะอยู่ในช่วง 2.8-4 กิโลกรัมโดยประมาณ ส่วนไก่เพศเมีย(แม่ไก่) น้ำหนักจะเบากว่าไก่เพศผู้ หนักประมาณ 2.2-2.8 กิโลกรัม ปกติแล้วไก่ชนพันธุ์ไทยแท้(เลือดร้อย) ขนไก่จะดก โดยเฉพาะไก่เพศผู้นั้นขนสร้อยคอมักจะดกหนาแน่นมาก กระเบนหางใหญ่ รัดชิด หางดกยาวคล้ายฟ่อนข้าว ไก่เพศผู้มักจะเริ่มหัดขันเมื่ออายุ 6 เดือนโดยประมาณ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ของไก่แต่ละตัวด้วย ส่วนไก่เพศเมียนั้นไม่เคยมีข้อมูล ยังไม่เคยได้ยินเสียงขันเลย ไก่พันธุ์ไทยเพศเมียน่าจะขันไม่เป็น
|
 ไก่ชนไทยรอยใหญ่ 4.2 ก.ก. ภาพโดยคุณปิ๊ดปิ้วแดง
|
 ไก่ชนไทยรอยใหญ่ หนัก 3.3 ก.ก.
|
|
 ไก่ชนไทยรอยเล็ก หนัก 2.3 กิโลกรัม
|
 ไก่ชนไทยรอยเล็ก หนัก 2.6 กิโลกรัม
|
คุณสมบัติเด่นที่เป็นเอกลักษณ์ของไก่ชนพันธุ์ไทย
จิตใจ ไก่ชนพันธุ์ไทยเลือดร้อยมักขึ้นชื่อในเรื่องของจิตใจที่อดทนเหนียวแน่น(บางท่านเรียกว่า "อึด") ลากอันได้ยาวนาน บางตัวยืนได้มากกว่าสิบอัน บางตัวอดทนมากถึงขนาดยอมตายคาสังเวียน
ลีลาเชิงชน ไก่ชนพันธุ์ไทยนั้นมักมีลีลาเชิงชนที่เป็นเอกลักษณ์ นั่นคือ มักมีเชิงคุมบน(ขี่ กอด ทับ ล็อค จิกหัว จิกหน้า จิกหูนอกตี) เชิงตั้งหรือหน้าตรง เชิงเท้าบ่า เชิงมัดปีก(เข้าปีก แล้วโผล่หัวขึ้นมาจิกตี) และเชิงลง(แบก มุดขา แล้วโผล่หัวขึ้นมาจิกตี) โดยเฉพาะเชิงคุมบนและเชิงมัดปีกนั้น ไก่ชนพันธุ์ไทยเลือดร้อยมักจะต้องมีทั้งสองเชิงชนนี้รวมอยู่ด้วยกัน หรือไม่ก็มักจะต้องมีเชิงใดเชิงหนึ่งเสมอ
แผลตี ไก่ชนพันธุ์ไทยจะมีแผลตีที่หลากหลาย(ต่างกับไก่ชนพันธุ์พม่า ซึ่งมักชอบตีแผลวงแดงเป็นหลัก) ได้แก่ แผลตีวงแดง(หน้า ตา หู) แผลตีหลังหัว แผลตีหน้าคอ แผลตีใต้คาง แผลตีปีกตีซอกปีก แผลตีตัวตีอก แผลตีทุบหลัง เป็นต้น ซึ่งจะแตกต่างกันไปตามเหล่าสกุลของไก่
ตั้งแต่อดีตกาลมาจนถึงปัจจุบัน ไก่ชนไทยได้รับความนิยมมาโดยตลอด มีการอนุรักษ์และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และเพื่อให้ได้ไก่ชนพันธุ์ดีตามอุดมคติแล้ว ได้มีการนำเอาไก่จากต่างประเทศเข้ามาผสมกับไก่ชนพื้นบ้าน บ้างก็นำเอาไก่ชนเหล่าต่างๆ ภายในประเทศมาผสมกันเอง ทำให้มีไก่ชนสายพันธุ์ใหม่เกิดขึ้นมากมาย สมาคมอนุรักษ์และพัฒนาไก่พื้นเมืองไทยได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของไก่ชนไทย สมาคมฯ จึงได้ร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ รวบรวมสายพันธุ์ไก่ชนของไทยให้เป็นกิจจะลักษณะมากขึ้น ปัจจุบันมีมากกว่าสิบสายพันธุ์แล้วที่สมาคมฯ ให้การรับรอง โดยจำแนกพันธุ์ตามลักษณะสีขนหรือลักษณะที่ปรากฏ(Phenotype)
พันธุ์ไก่ชนที่ได้รับความสนใจและนิยมเลี้ยงกันมากเป็นพิเศษ ได้แก่ พันธุ์เหลืองหางขาวและประดู่หางดำ ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ชาติไทยมาช้านาน โดยเฉพาะไก่พันธุ์เหลืองหางขาวนั้น ศิลปินชื่อดังโดยคุณแอ๊ดคาราบาวได้แต่งเพลงเกี่ยวกับไก่ชนสายพันธุ์นี้เอาไว้เพื่อเป็นอนุสรณ์ ดังที่ปรากฏ...นั่นแล
Next >>