Home Webboard Guestbook Chatroom
Site Navigation:

ไก่ชนพันธุ์พม่า
      นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 2000 (โดยประมาณ) เป็นต้นมา ต้องยอมรับว่าไก่ชนพันธุ์พม่าได้รับความนิยมมาก กระแสความนิยมในไก่ชนพันธุ์พม่ามาแรงเหลือเกิน ทวีคูณขึ้นทุกวัน การตลาดของไก่ชนพันธุ์พม่าก็คึกคัก ซื้อง่ายขายคล่อง ราคาก็ดี ทำเอาเซียนไก่ชนไทยหลายท่านเปลี่ยนใจ หันไปเล่นไก่ชนพันธุ์พม่าเป็นหลัก ฟาร์มไก่ชนหลายแห่งเลิกเลี้ยงไก่ชนพันธุ์อื่น มุ่งหน้าเพาะไก่ชนพันธุ์พม่าอย่างเดียวก็มี จนอาจพูดได้ว่า ไก่ชนพันธุ์พม่าในยุคปี ค.ศ. 2000 ทำให้วงการไก่ชนของไทยสั่นสะเทือน พลิกผันแบบหน้ามือเป็นหลังมือกันเลยทีเดียว ไก่ชนพันธุ์พม่ามีดีอะไร...?
      ตามตำนานที่เล่าขานบอกต่อกันมาหลายร้อยปี เชื่อว่าไก่ชนสายพันธุ์พม่ามีแหล่งกำเนิดอยู่ในประเทศพม่า แรกเริ่มเดิมทีก็อาศัยอยู่ในป่า บางท่านก็ว่าเป็นไก่ป่าสายพันธุ์หนึ่ง เซียนไก่ชาวพม่าก็ได้นำมาเลี้ยง และต่อมาจึงได้แพร่กระจายเข้ามายังประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะทางภาคเหนือตอนบนของประเทศไทยที่อยู่ติดหรือใกล้กับเขตชายแดนไทย-พม่า เช่น เชียงราย เชียงใหม่ ลำพูน แพร่ พะเยาว์ อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เป็นต้น


พ่อไก่พันธุ์พม่า100% 1.8 กิโลกรัม ซุ้มฟาร์มไทย


แม่ไก่พันธุ์พม่า100% โดยคุณเอ็กซ์


       ไก่ชนพันธุ์พม่าแท้ เลือดร้อยมักจะมีโครงสร้างเล็ก ค่อนข้างเตี้ย เพรียวบาง ตัวเล็ก เล็กกว่าไก่ชนสายพันธุ์อื่น เป็นไก่ชนที่มีขนาดใกล้เคียงกับไก่ป่ามากที่สุด บางตัวเล็กมากจนไม่นิยมนำมาเลี้ยงชน บางเหล่าหนักแค่กิโลกว่าๆ ราว 1.5-2.2 กิโลกรัม ส่วนเพศเมียนั้นมักจะตัวเล็กกว่าเพศผู้เล็กน้อย ลดหลั่นกันไปตามเหล่าสกุลของไก่ในแต่ละพื้นที่ ไก่รอยเล็กที่เซียนไก่พันธุ์พม่ามักนำมาเลี้ยงชนนั้น น้ำหนักของไก่เพศผู้มักจะอยู่ในช่วง 2.2-2.7 กิโลกรัมโดยประมาณ ไก่ชนพันธุ์พม่าได้รับความนิยมมากในแถบภาคเหนือตอนบน ส่วนในภาคอื่นก็มีเลี้ยงมีเล่นกันบ้าง แต่ดูจะไม่ค่อยแพร่หลาย และไม่ค่อยเป็นที่นิยมกันซักเท่าไรนัก ต่อมาในภายหลังเซียนไก่ชนที่ชื่นชอบในลีลาชั้นเชิงของไก่พันธุ์พม่าก็ได้มีความพยายามที่จะนำไก่ชนพันธุ์พม่าไปตีกับไก่ชนสายพันธุ์อื่น โดยเฉพาะไก่ชนพันธุ์ไทยซึ่งมีรอยใกล้เคียงกันหรือโตกว่าเล็กน้อย เซียนไก่พันธุ์พม่าจึงได้มีการคัดเลือกและพัฒนาสายพันธุ์ บ้างก็ผสมข้ามเหล่า บ้างก็ผสมข้ามสายพันธุ์ เลี้ยงบำรุงด้วยอาหารอย่างดี ทำให้ไก่ชนพันธุ์พม่ามีโครงสร้างดีขึ้น รอยโตขึ้นจากเดิม จนไก่เพศผู้หนัก 2.8-3.3 กิโลกรัมโดยประมาณ ดังนั้นจึงอาจกล่าวได้ว่า "ไก่ชนพันธุ์พม่าในปัจจุบันมีทั้งรอยเล็กและรอยใหญ่(หรือรอยโต)" นั่นแล

คุณสมบัติเด่นที่เป็นเอกลักษณ์ของไก่ชนพันธุ์พม่า
      ความว่องไว ไก่ชนพันธุ์พม่าเป็นไก่ที่มีความว่องไวจัดจ้าน ไม่ว่าจะเป็นการเดิน วิ่ง กระโดด และการบิน ซึ่งยากที่จะหาไก่ชนสายพันธุ์ใดมาเปรียบหรือเทียบเคียงให้เสมอเหมือนได้ ความไวของไก่ชนพันธุ์พม่าทำให้ไก่ชนสายพันธุ์อื่นที่มักจะเชื่องช้ากว่าเข้าตีได้ลำบาก กว่าจะเข้าถึงตัวได้ก็มักจะโดนไก่พันธุ์พม่าตีเอาซะก่อน ดังคำพังเพยที่ว่า "กว่าถั่วจะสุกงาก็ไหม้"
      ความขยัน ไก่ชนพันธุ์พม่ามักมีความขยัน ปากไว แข้งไว จิกนิดจิกหน่อยก็ตี บางเหล่าบางตัวไม่ต้องใช้ปากจิกเลย ก็ยังกระโดดบินแล้วปล่อยแข้งเข้าใส่คู่ต่อสู้ได้อย่างสบายๆ ในหนึ่งอันไก่ชนพันธุ์พม่ามักกระโดดตีบินตีถี่มากจนนับไม่ทัน(ประมาณร้อยครั้ง หรือมากกว่าร้อยครั้งต่อหนึ่งอัน) ดังนั้นเรามักได้ยินเซียนไก่พม่ามักพูดว่า "ไก่ชนพันธุ์พม่าบินเป็นร้อย" อยู่เนืองๆ นั่นแล ความขยันในการปล่อยแข้งเข้าใส่คู่ต่อสู้นี้เอง จึงทำให้ไก่ชนพันธุ์พม่ามักเอาชนะไก่คู่ต่อสู้ได้เร็วเสมอ
      แผลตี ไก่ชนพันธุ์พม่ามักมีดีที่แผลตี มักชอบตีหน้า ตีตา ตีหู ตีปาก ตัวไหนที่ยิ่งตีแม่นตีขยัน โดยเฉพาะไก่ที่ตีแม่นแผลตา ก็ยิ่งมีโอกาสเอาชนะไก่ได้เร็วเท่านั้น เซียนไก่ชนพันธุ์พม่าหลายต่อหลายท่าน ได้กล่าวเอาไว้ว่า "หากไม่ตีหูตีตา ก็ไม่ใช่ไก่ชนพันธุ์พม่าของแท้"

คุณสมบัติด้อยของไก่ชนพันธุ์พม่า
      รอย ไก่พม่าเลือดร้อยมักรอยเล็กตัวเล็ก ทำให้นำไปเลี้ยงชนได้เฉพาะกับบุคคลเพียงบางกลุ่มในบางพื้นที่เท่านั้น ซึ่งก็ยังนับว่าไม่เป็นที่นิยมกันแพร่หลายนักสำหรับไก่ชนพันธุ์พม่ารอยเล็ก
      จิตใจ ไก่ชนพันธุ์พม่าเป็นไก่ที่ค่อนข้างขี้ตกใจ ตื่นกลัวง่าย จิตใจไม่ค่อยดี สู้ไก่ช้า ยิ่งถ้าเลี้ยงไม่ได้อายุ(ขนปีกขนหางยังไม่เต็ม) หากนำมาปล้ำชนมักจะดีดไก่ง่าย เมื่อเปรียบเทียบกับไก่ชนสายพันธุ์อื่นในวัยเดียวกัน ดังนั้นหากคิดจะเลี้ยงไก่ชนพันธุ์พม่า ต้องใจเย็น รักษาจิตใจไก่ให้ได้ เลี้ยงให้โตเต็มที่เสียก่อนค่อยนำมาปล้ำชน จิตใจของไก่ชนพันธุ์พม่ามักไม่เหนียวแน่นหากเปรียบเทียบกับไก่ชนสายพันธุ์อื่น(เช่น ไก่ชนพันธุ์ไทยและไก่ชนพันธุ์ไซ่ง่อน) ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม(อาจจะโครงสร้างเล็ก ปอดเล็ก ระบบหายใจไม่ดีไม่ทรหด ไม่ยาวนาน หรืออาจเป็นที่นิสัยประจำสายพันธุ์ก็ตามที) จิตใจที่ไม่ค่อยจะดีนัก จึงส่งผลให้ไก่ชนพันธุ์พม่าแพ้ไก่ได้ง่ายเช่นเดียวกัน บางตัวไม่เคยเจ็บหนัก พอโดนทุบตัว ทุบหลัง ก็ตกใจแพ้ไก่เอาง่ายๆ ก็มี บางตัวโดนตีจุดอันตราย โดนหักครั้งเดียวแพ้ไก่ทันทีก็มี บางตัวโดนหักแล้วสติฟื้นกลับมาได้ แต่อยู่ได้ไม่กี่นาที ไก่พันธุ์พม่าบางตัวตีเขาอยู่ตัวเดียวจนตัวเองหมดแรง ตียังงัยคู่ต่อสู้ก็ทนได้ พอโดนโต้กลับบ้าง ไก่พันธุ์พม่าดันถอดใจ ยอมแพ้เอาง่ายๆ ก็มี...นี่แหละคือจุดอ่อนที่สำคัญของไก่ชนสายพันธุ์พม่า ที่เซียนไก่บางท่านมักพูดว่า"ไก่ชนพันธุ์พม่ามักแพ้ภัยตัวเอง"และ"ไก่ชนพันธุ์พม่าสะโหล่งหลุด" นั่นแล การเลี้ยงไก่พันธุ์พม่าออกชนนั้นจะต้องเลี้ยงแบบใจเย็น เลี้ยงให้ได้อายุดีๆ ก็จะช่วยลดข้อด้อยนี้ลงได้บ้าง
      พละกำลัง พละกำลังของไก่ชนพันธุ์พม่ามักอ่อนปลาย การลากอันมักเป็นรองไก่ชนสายพันธุ์อื่น ตีได้ดีที่สุดเฉพาะอันต้นๆ อันหนึ่งอันสอง และอันสาม ตามลำดับ พอมากอันเข้าไก่พันธุ์พม่าก็มักจะตกเป็นรองไก่ชนสายพันธุ์อื่นในเรื่องของพละกำลัง เช่น พันธุ์ไทยและพันธุ์เวียดนาม(ไซ่ง่อน) การเลี้ยงไก่พันธุ์พม่าออกชนนั้นจะต้องเลี้ยงแบบใจเย็น เลี้ยงให้ได้อายุดีๆ ก็จะช่วยลดข้อด้อยนี้ลงได้เช่นเดียวกัน


เชิงชนของไก่ชนพันธุ์พม่า
      ลีลาชั้นเชิงของไก่ชนพันธุ์พม่าที่โดดเด่นและดูจะเป็นเอกลักษณ์ประจำสายพันธุ์ ได้แก่ เชิงสาด เชิงชักลิ่ม และเชิงวิ่งล่อ




      เชิงสาด มีกระบวนเชิงดังนี้...ยืนสาด ลุยเดินหน้าสาด โยกล่างโยกบนหรือชิ่งซ้ายขวาแล้วสาด หนุนหน้าคางแล้วสาด ฉากแล้วสาด ถอยหลังแล้วสาด ไก่ชนพันธุ์พม่ามักออกอาวุธสาดแข้งแทงเดือย ใช้เดือยจัดจ้าน ไก่เชิงสาดเป็นเชิงดีที่เซียนนิยมเลี้ยงและเล่นกันมากในทศวรรตนี้ เนื่องจากการสาดแข้งเข้าใส่คู่ชน ไม่ต้องใช้ปากจิกร่างกายของคู่ชนเลย การวางแข้งจึงทำได้ง่ายดาย มีโอกาสทำได้หลายจังหวะ ไม่ต้องเข้าประชิด ไม่ต้องเสี่ยงเจ็บตัวมาก เป็นเชิงของไก่ที่ถือว่าฉลาดมีดีอยู่ในตัวเองสูง การสาดแข้งเป็นการรุก แอบแฝงการป้องกันอยู่ในเชิง จึงทำให้ไก่เชิงสาดมักเข้าตีคู่ชนได้ก่อน ได้มากกว่า ทำให้เอาตัวรอดได้ดี ชนะไก่เร็วโดยไม่เจ็บตัวมาก
      เชิงชักลิ่ม มีกระบวนเชิงดังนี้...ถอดตี ชักตี ไม่กอดไม่รัดมาก มักยืนปักหลักแลกแข้ง อาจเดินหน้าหรือถอยหลังบ้างเล็กน้อยตามเกมส์การตู้สู้ ถือว่าเป็นไก่ที่มีจิตใจดี กล้าแลกกล้าเจ็บ หากมีความถี่ความขยันเพิ่มเติมเข้าไปด้วยแล้ว นับว่าเชิงชักลิ่มนี้ไม่ธรรมดา สามารถเอาชนะคู่ชนได้ไม่ยากเช่นเดียวกัน ข้าพเจ้าเคยเห็นผ่านตามาแล้วหลายตัว
      เชิงวิ่งล่อ มีกระบวนเชิงดังนี้... ม้าล่อ ม้าเลาะ มักวิ่งล่อหลอก วิ่งตรง วิ่งวน วิ่งหน้า ถอยหลัง วิ่งชน วิ่งเลย แล้วกลับมาสู้ต่ออีก
      ไก่เชิงวิ่งล่อมีข้อเสียบางอย่าง จิตใจของไก่มักจะไม่ค่อยดี กึ่งสู้กึ่งถอย บางทีดูไปดูมาเหมือนไม่ค่อยอยากสู้ไก่ สู้ไก่ไม่เต็มที่ ดูเหมือนไม่ค่อยมั่นใจ ครั้นเจ้าของหรือเซียนไก่จะทุ่มเทให้สุดๆ ก็กระไรอยู่ ชักไม่แน่ใจเหมือนกับเชิงของไก่ บางครั้งทำให้เซียนไก่ไม่กล้าเล่นเต็มที่ อีกอย่างการวิ่งเป็นการตัดกำลังตัวเองด้วย อาจวิ่งได้แค่หนึ่งหรือสองอัน หากไม่ฟิตมากแล้วละก็...ไก่เชิงวิ่งล่ออาจหมดแรงเอาง่ายๆ อันต่อไปก็อาจจะตกเป็นเป้านิ่งยืนรับแข้งของคู่ชนเสียมากกว่า ทำให้ไก่เชิงม้าล่อจึงถูกมองว่าเป็นไก่เชิงแย่ในสายตาของเซียนไก่บางคนบางกลุ่ม
      อย่างไรก็ตาม สำหรับไก่เชิงวิ่งล่อนี้(โดยเฉพาะวิ่งล่อสั้น) หากมีผสมอยู่กับเชิงสาดถี่ๆ ลำโตๆ ก็นับว่าน่ากลัว จะประมาทไม่ได้เช่นเดียวกัน

หมายเหตุ : ไก่เชิงม้าล่อ(วิ่งตรง) บางตัว พอเข้าชนในสังเวียน เชิงม้าล่อหายไป จากประสบการณ์จริง ผู้เขียนขอฝากเอาไว้เพื่อเป็นข้อสังเกต และเพื่อประโยชน์ในทางการศึกษาต่อไป

ไก่ชนพันธุ์พม่าเหล่าต่างๆ
      เหล่าพม่าดั้งเดิมหรือสายเก่า เป็นไก่ชนพันธุ์พม่าที่เซียนไก่เชื่อกันว่านำเข้ามาจากประเทศพม่า เริ่มแรกก็เลี้ยงกันอยู่ทางภาคเหนือตอนบน และต่อมาได้แพร่กระจาย และมีเลี้ยงกันอยู่ทั่วไป แทบจะทุกภาคของประเทศไทย เซียนไก่เชื่อกันว่าเลี้ยงมาตั้งแต่...หลายร้อยปีแล้ว
      เหล่าพม่าแม่สะเรียง เป็นไก่ชนพันธุ์พม่าเหล่าหนึ่งที่เจ้าของต้นตำรับ(หลายซุ้ม) บอกว่านำเข้ามาจากประเทศพม่าโดยตรง(ไก่ตัวที่นำเข้ามาโดยตรง เรียกว่า "ลูกนอก") โดยนำมาเลี้ยงที่ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ต่อมาได้นำออกชนจนสร้างชื่อเสียงลือลั่นกระฉ่อนไปทั่วภาคเหนือและทั่วทุกภาคของประเทศไทย เนื่องจากการคมนาคมขนส่งที่สะดวกมากขึ้น ประกอบกับความเจริญก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีการสื่อสาร ทำให้ปัจจุบันมีไก่เหล่าพม่าแม่สะเรียง กระจายอยู่ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทยเสียแล้ว (ปรับปรุงข้อมูลล่าสุดเมื่อวันที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2550)

<< Back    Next >>