|
โรคร้ายในตัวสุนัข
1.
พยาธิปากขอ เป็นพยาธิตัวกลมฝังดูดเลือดอยู่ในลำไส้ลำไส้เล็กของลูกสุนัข
ติดต่อถ่ายทอด โดยทางเท้า และจากน้ำนมของแม่สุนัข ลูกสุนัขที่มีพยาธิตัวนี้อยู่จะมีอาการซีดโลหิตจางอุจจาระเหลว
มีเลือดปนอุจจาระเป็นสีแดงคล้ำ
ลูกสุนัข
จะแสดงอาการอ่อนเพลีย ผอมไม่ทานอาหาร
และไม่เติบโต วิธีการรักษาทำได้โดยถ่ายพยาธิให้ลูกสุนัขทุกๆ 2
สัปดาห์ เพื่อนำเอาตัวพยาธิออกไปเป็นช่วง ๆ
2. โรคพยาธิเส้นด้าย เป็นพยาธิตัวกลม
ลูกสุนัขตัวใดถ้ามีพยาธิพวกนี้อยู่มากจะมีอาการถ่ายเหลว
และมีเลือดปน
ลูกสุนัขจะเชื่อมซึม เบื่ออาหาร น้ำหนักตัวจะลดลง ปล่อยไว้นานๆ
ลูกสุนัขจะหมดแรงและตายไป ในที่สุด
วิธีรักษาทำได้โดยการถ่ายพยาธิติดต่อกันทุก 3-5 วัน
เพื่อให้ตัวพยาธิออกไปให้หมด
3.
โรคพยาธิหนอนหัวใจในสุนัข เกิดจากพยาธิที่มีตัวยาวมาก
อาศัยอยู่ในหัวใจท้องล่างขวาถึงเส้นเลือดใหญ่ไปที่ปอด
ติดต่อได้โดยมียุงเป็นพาหะนำเอาตัวอ่อนของพยาธิในระยะติดต่อ
ปล่อยลงไปที่ตัวสุนัข สุนัขที่ป่วยเป็นโรคนี้มักได้แก่สุนัขที่มีอายุ 3-5
ปีขึ้นไป
พยาธิชนิดนี้ถ้ามีมากจะทำให้กล้ามเนื้อหัวใจทำงานหนัก และขยายตัว
สุนัขจะ มีความผิดปกติที่หัวใจแสดงอาการไอแห้งๆ ไม่มีแรง นอนซม
อาจจะมีอาการท้องมาร ตัวซีด หมดแรงล้มตายไปดื้อๆ
รักษาได้โดยการป้องกันตั้งแต่อายุ 2-3 เดือน
เป็นการสกัดกั้นไม่ให้ ตัวอ่อนของมันโตขึ้นทุกวันๆ
4.
โรคหัดสุนัข เป็นโรคที่มีอันตรายต่อลูกสุนัขมาก
ตัวใดที่เป็นจะมีโอกาสตายสูง สาเหตุเกิดมาจากเชื้อไวรัสชนิดหนึ่ง
สุนัขที่เป็นจะมีไข้ตัวร้อน ซึมอยู่ 2 วัน อาการป่วยจะรุนแรงขึ้น
มีอาการน้ำมูกไหลข้นเหนียวติดเต็มโพรงจมูก หายใจไม่สะดวก
บางตัวจะมีน้ำตา
มีขี้ตา ตาอักเสบ เยื่อตาขาวแดง เป็นมากๆ จะทำให้อาการปวดอักเสบ
สุนัขบางตัวจะมีอาการท้องเสีย กล้ามเนื้อกระตุก
ขาและหัวกระตุกเช่นเดียวกัน
สุดท้ายก็จะตายในลักษณะชักเกร็ง
วิธีรักษาป้องกันทำได้โดยการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดสุนัขแก่ลูกสุนัขตั้งแต่ลูกสุนัขอายุ
6-8 สัปดาห์ และฉีดซ้ำอีกครั้ง ตอนอายุ 14 สัปดาห์ และฉีดกระตุ้น
ปีละ 1
ครั้งตลอดชีวิต
5.
โรคลำไส้อักเสบ เป็นโรคที่คนเลี้ยงสุนัขกลัวกันที่สุด
เพราะเมื่อเกิดขึ้นกับลูกสุนัขตัวใดแล้ว
มักจะถ่ายจนตายไปอย่างไม่น่าเชื่อ สาเหตุเกิดจากเชื้อไวรัสชนิดหนึ่ง
อาการ ที่เป็น ลูกสุนัขจะเชื่อซึมเรื่อยๆ อุจจาระมักมีเลือดปน
ลูกสุนัขที่ป่วยเป็นโรคนี้
อาจจะตายเนื่องจากสูญเสียน้ำอย่างรุนแรง
แต่ถ้าเวลาผ่านไป 1
สัปดาห์แล้ว ลูกสุนัขไม่ตายอาการที่เลวร้ายก็จะดีขึ้นมาเอง
รักษาได้โดยการให้น้ำชดเชยทางเส้นเลือด
และให้ยาปฏิชีวนะป้องกันการแทรกซ้อนของโรค
มิให้กระหน่ำซ้ำเติมลูกสุนัขเข้าไปอีก
6.
โรคพิษสุนัขบ้า โรคนี้คนที่เลี้ยงสุนัขมักจะคุ้นเคยกันดี
สาเหตุเกิดมาจากเชื้อไวรัสชนิดหนึ่ง
ติดต่อได้ทางน้ำลายของสุนัข
และแมวที่ป่วยมากัดหรือข่วนทำให้เกิดบาดแผล และเชื้อไวรัสผ่านเข้าไปเจริญเติบโตได้
สุนัขที่ป่วยจะมีอาการบ้าอย่างรุนแรง ซึม
หงุดหงิดง่าย ดุ อารมณ์ไม่ดี มักจะเห่าหอน กัดวัตถุต่างๆเรื่อยเปื่อย
เสียงเห่าหอนผิดปกติ เนื่องจากเส้นประสาทบริเวณกล่องเสียงถูกทำลาย
สุดท้ายสุนัขก็จะเป็นอัมพาตตายไปเอง
ป้องกันได้โดยการนำสุนัขหรือแมวของท่านไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าเสียแต่เนิ่นๆ
7. โรคเรื้อนแห้ง โรคเรื้อนแห้ง
หรือที่เรารู้จักในนามโรคขี้เรื้อน หรือสุนัขหนังกลับ
พบเห็นได้ทั่วไปกับสุนัขข้างถนน สุนัขที่ป่วยเป็นโรคนี้จะมีอาการคัน
และทรมานมาก ตัวเรื้อนเป็นสัตว์เล็กๆเพียง 0.03-0.05 เซนติเมตร
ได้ใช้ผิวหนังของสุนัขเป็นที่อยู่อาศัย
มันจะขุดอุโมงค์ขึ้นในผิวหนังของสุนัขชั้นนอกสุด
หลังจากนั้น
ก็จะขยายพันธุ์เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ
จนเต็มผิวหนังของสุนัข รักษาได้โดยต้องฉีดยาฆ่าเรื้อนทุกๆ 14 วัน
8.โรคเรื้อนในขุมขน เป็นโรคผิวหนังที่รักษายาก
ผิวหนังจะเป็นตุ่มแดงๆ และลามขึ้นบนใบหน้า ขา
เท้า และหลัง
สุนัขที่เป็นโรคนี้เมื่อหนักขึ้นจะมีขนร่วง บริเวณเหนือคิ้ว แก้ม
หน้าผาก
จากนั้นจะเกิดตุ่มแดง และกลายเป็นตุ่มหนองมีเลือดภายใน
และกระจายไปทั่วลำตัว รักษาได้โดยให้ยา ฉีดยา
บางตัวรักษาดีๆจะหายเป็นปกติบางตัวเมื่อหายแล้วก็จะกลับมาเป็นใหม่อีก
ป้องกันได้โดยให้อาหารกินโดยสมบูรณ์ รักษาความสะอาด
บริเวณที่อยู่อาศัย และดูแลให้สุนัขแข็งแรงอยู่เสมอ
|