Home     Webboard     Guestbook     Chatroom 


การสร้างนิสัย และการฝึกสุนัข

 

 

    วินัยต้องเริ่มตั้งแต่วัยเด็ก การฝึกสุนัขเปรียบเสมือนการฝึกเด็กให้พูด ให้เดิน ให้คลานตามคำสั่ง ซึ่งจะทำได้ง่ายและเชื่อฟังแต่โดยดี การฝึกสุนัขต้องอาศัยความสม่ำเสมอ ต้องฝึกกันตั้งแต่ต้นและต่อเนื่อง ถ้าสุนัขปีนป่ายตะกายคุณ แล้วคุณเล่นด้วยยื่นอาหารให้ก็เท่ากับให้รางวัลชมว่ามันทำดี วันต่อมามันก็จะทำอีก ถ้าไม่ชอบก็ให้ทำตรงกันข้าม หลักการเบื้องต้นในการฝึกก็คือ ต้องอาศัยเวลาเพื่อการทำซ้ำ สอนอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ความต่อเนื่องและตรงไปตรงมาสำคัญที่สุด เพราะสุนัขไม่ซับซ้อนไม่คิดมาก ไม่เจ้าคิดเจ้าแค้น สุนัขสามารถฝึกได้ทุกเพศทุกพันธุ์ อย่างอเมริกันพิทบลูที่เขาลือกันว่าดุนักก็ยังสามารถนำมาฝึกได้ การอบรมบ่มเพาะสำคัญกว่า แม้จะเป็นสุนัขพันธุ์ดุ ถ้าอยากให้เขาสุภาพอ่อนโยน เจ้าของก็ต้องกล่อมเกลี้ยงเลี้ยงดูในแนวนุ่มนวล ห้ามแหย่ ห้ามยุ ห้ามยั่ว เพราะถ้าสุนัขพันธุ์ดุถูกกระตุ้นก็จะยิ่งร้ายแบบฉุดไม่อยู่

อายุที่เหมาะกับการฝึก
   สุนัขโดยทั่วไปสามารถสร้างนิสัยให้ใหม่ และฝึกให้ทำตามคำสั่งได้เพียงแต่ ควรที่จะนำมันมาหัดตั้งแต่อายุ 2-6 เดือน หลังจากที่มันแยกตัวออกจากแม่ของมัน ถ้าเล็กกว่านั้นจับมาเคี่ยวเข็ญทำนั่นทำนี่ ลูกสุนัขอาจตื่นตระหนกตกใจจนเสียสุขภาพจิต เสียบุคลิกไปถึงตอนโต แต่ถ้าสุนัขอายุมากเกินไปก็ไม่เหมาะอีก เพราะจะเข้าตำรา"ไม้อ่อนดัดง่าย ไม้แก่ดัดยาก" เหมือนคนไม่มีผิด แต่ก็ยังพอฝึกได้เหมือนกัน เพียงแต่เวลาในการฝึกจะยืดยาวออกไป ผู้ฝึกจะเหนื่อยมากขึ้น

การฝึกให้สุนัขกินอาหาร 
   ปัญหาของสุนัขเวลากินอาหาร คือ กินไม่เป็นที่ ตะกละ มูมมาม เราสามารถฝึกให้สุนัขกินอาหารให้เป็นที่ได้ โดยให้อาหารตรงเวลา ณ สถานที่เดิม สุนัขจะจำได้และมาคอยบริเวณนั้นเมื่อเวลามันต้องการอาหารควรให้อาหารมัน หลังจากที่คุณรับประทานอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว การตามใจโดยให้มันกิน พร้อมกับคุณ จะทำให้มันไม่เชื่อฟัง และดุร้าย เอาแต่ใจตัวเองในภายภาคหน้า
   นอกจากนั้นต้องให้อาหารแก่สุนัขตัวที่ดูแข็งแกร่งและเป็นผู้นำก่อน เพื่อไม่ให้มันไปแย่งตัวที่อ่อนแอกว่าได้

ฝึกสุนัขให้ขับถ่ายเป็นที่เป็นทาง
   เป็นสิ่งที่ต้องการที่สุดสำหรับทุกบ้านที่เลี้ยงสุนัข การฝึกสุนัขให้ถ่ายเป็นทีเป็นทาง ต้องฝึกกันตั้งแต่มันตัวเล็กๆ อายุ 2-5 เดือน ต้องใช้เวลาระยะหนึ่งจึงจะฝึกนิสัยของมันได้ ต้องเข้าใจก่อนว่าธรรมชาติของสุนัขมันจะถ่ายอุจจาระ และปัสสาวะครั้งแรกในตอนเช้า ตอนที่มันตื่นนอนขึ้นมาสักพัก วิธีฝึกต้องจับมันไปในบริเวณที่จะให้มันถ่ายทุกๆ เช้า สุนัขจะเดินดม และหยุดฉี่ บางตัวก็หยุดอุจจาระไปเลย เมื่อเสร็จธุระแล้วจึงพามันกลับเข้าบ้านตามเดิม
   เวลาต่อไปที่จะนำสุนัขออกมาถ่ายในที่ที่กำหนด ก็คือ หลังจากที่มันทานอาหารทุกมื้อ และก่อนนอน เราต้องพาไปในที่เดิมทุกๆ ครั้ง รอให้มันฉี่ มันถ่ายเสร็จ ทำเช่นนี้สัก 7-10 วัน สุนัขของคุณมันจะจดจำไปเอง และไม่ถ่ายเปรอะไปหมด จนเราเก็บทำไม่ไหว
   สำหรับสุนัขที่เลี้ยงไว้ในบ้านและเราต้องการจะให้มันถ่ายลงตรงกระดาษ หรือผ้าที่ปูเตรียมไว้ให้ วิธีฝึกก็คือเมื่อสังเกตเห็นมันกำลังจะถ่าย พยายามเลื่อนกระดาษ หรือจับมันให้ถ่ายลงตรงที่กระดาษปูไว้ พยายามทำเช่นนี้สัก 4-5 ครั้งสุนัขก็จะจำ และถ่ายบนกระดาษไปเอง วันแรกๆ พยายามปูกระดาษให้มีพื้นที่กว้างหน่อย วันต่อมาค่อยๆ ลดชิ้นกระดาษลง จนกระทั่งเหลือแผ่นเดียว สุนัขของคุณก็จะถ่ายบนกระดาษจนเป็นนิสัยไปเอง

การฝึกจูงสุนัขออกนอกบ้าน
   การนำสุนัขออกนอกบ้าน อุปกรณ์สำคัญที่สุดก็คือ สายจูง และโซ่บังคับโซ่บังคับจะเป็นบ่วงคล้องที่หัวของสุนัขเป็นอุปกรณ์สำคัญที่บังคับสุนัขได้ ดีมาก เมื่อสุนัขไม่ยอมเชื่อฟัง และออกวิ่งไปไกล โซ่บังคับตัวนี้จะเลื่อนหดเข้ามารัดคอ ทำให้สุนัขรู้สึกกลัวไม่กล้าฝืนคำสั่งอีก เวลาจูงสุนัขต้องให้มันอยู่ทางซ้ายมือเสมอ สุนัขที่ดีจะไม่เดินนำหน้าเจ้าของ หรือออกแรงวิ่งลิ่วๆ ไปไหนมาไหนตามใจของมัน เวลาสุนัขออกนอกลู่ นอกทาง คุณต้องใช้คำสั่งขู่ให้มันหยุด พร้อมกับกระตุกโซ่บังคับไปด้วย ครั้งจะให้มันเดินต่อ หรือวิ่งก็ใช้วิธีออกคำสั่ง ไปพร้อมกับกระตุก โซ่บังคับ เป็นจังหวะ เช่นเดียวกัน

การฝึกให้สุนัขนั่งและคอย
   ก่อนอื่นต้องฝึกออกคำสั่งให้สุนัขนั่งให้ได้เสียก่อน เมื่อได้แล้วจึงเริ่มฝึกให้มันคอย โดยใช้มือขวายกขึ้นในระดับสูงเหนือหัวของสุนัข พร้อมกับเคลื่อนตัวช้า ๆ ออกมายืนตรงหน้าสุนัข มือด้านขวาที่ยกขึ้นอย่าตก พร้อมกับออกคำสั่งให้ "คอย" ในตอนแรกอย่าเพิ่งปล่อยสายจูง เพราะเราไม่แน่ใจว่าสุนัขจะฟังคำสั่ง รู้เรื่องหรือไม่ เมื่อแน่ใจว่ามันทำตามคำสั่งได้แล้ว จึงปล่อยสายจูง โดยที่ มือขวาที่ยกขึ้นห้ามเอาลงเด็ดขาด พร้อมกับออกคำสั่งให้ "คอย" ไปเรื่อยๆ ทำเช่นนี้ และเพิ่มระยะทางไปเรื่อยๆสุนัขก็จะเชื่อฟังและทำตามคำสั่ง ของเราเอง

ฝึกให้สุนัขเดินทางไปไหนมาไหนได้
   สุนัขที่เคยเดินทางไปไหนมาไหนด้วยรถยนต์ รถเมล์มักจะมีปัญหาในการเดินทางครั้งแรกจะเกิดอาการตื่น และเมารถเช่นเดียวกับคน คือมีอาการกระวนกระวาย น้ำลายไหนยืดเต็มปาก หนักเข้าก็จะอาเจียน เนื่องจากสมองยังไม่ชินกับสภาพการเดินทางดังกล่าว
   วิธีฝึกให้สุนัขไปไหนมาไหนโดยไม่เมารถ ไม่เมาเรือก็คือ นำสุนัขไปนั่งรถบ่อยๆ ติดเครื่องรถอยู่กับที่บ้าง ขับไปในระยะทางใกล้ๆ บ้าง ทำวันละ 10-15นาที จนกว่ามันจะชิน และไม่มีปฏิกิริยากระวันกระวาย นั่นแหละจึงควรจะพามันออกไปไหนมาไหนได้

ฝึกสุนัขให้นั่ง 
   เป็นท่าพื้นฐานที่สอนได้ไม่ยาก ครั้งแรกใช้ขนมที่มันชอบหลอกล่อเป็นรางวัล โดยเรียกชื่อ และแสดงให้เห็นว่าที่มือของคุณมีขนมอยู่ถือขนมไว้ไว้ที่ระดับอก ธรรมชาติของสุนัขจะเงยหน้ามอง และนั่งในที่สุด บางตัวที่ไม่นั่งเราต้องใช้มือช่วยกดสะโพกของมันพร้อมออกคำสั่งให้นั่ง เมื่อมันทำได้จึงให้ขนมนั้นเป็นรางวัล ทำเช่นนี้บ่อยๆ สุนัขก็จะนั่งตามคำสั่งเราได้เอง

ฝึกสุนัขให้ปรับตัว
   สุนัขที่เราได้มาใหม่มักจะตื่นและไม่คุ้นเคยกับบ้านใหม่ที่มันได้มาอยู่ครั้งแรกที่วางมันลงพื้นบ้าน มันอาจจะไม่เดิน หมอบอยู่อย่างนั้นควรปล่อยให้มันอยู่เช่นนั้นสักพัก เพราะมันอาจจะเหนื่อยจากการเดินทาง โดยเตรียมหาน้ำ และอาหารสักเล็กน้อยมาไว้ใกล้ๆ ตัวมันจะทำให้มันคุ้นเคย และอบอุ่นใจได้ว่าที่พักพิงใหม่ของมันมีอาหาร และน้ำสมบูรณ์ พอที่จะให้มันอยู่รอดได้
   กรณีที่บ้านของคุณมีสัตว์เลี้ยงอยู่แล้ว เมื่อสุนัขตัวใหม่มาถึงบ้าน ถ้าเป็นลูกสุนัขด้วยกัน ไม่มีปัญหา ปล่อยสักพักเขาจะเข้ากันได้เอง
   กรณีเป็นสุนัขใหญ่กับลูกสุนัขต้องดูอย่างใกล้ชิดไม่ให้สุนัขตัวโตทำร้าย แต่ด้วยธรรมชาติที่สุนัขตัวเล็กอ่อนแอกว่าจะล้มตัวลงนอนหงาย แสดงอาการว่า "ยอมแพ้"โดยสิ้นเชิง จึงไม่ค่อยเห็นการถูกทำร้ายจากสุนัขตัวโตเจ้าถิ่นแต่อย่างใด นอกเสียจากว่าสุนัขตัวนั้นจะเป็นสุนัขที่มีนิสัยดุร้ายก้าวร้าวจริง ๆ

ฝึกสุนัขสำหรับโชว์
   หลายคนตระหนักดีกว่า สุนัขทุกตัวสามารถฝึกฝนเปลี่ยนแปลงนิสัยให้ทำตามคำสั่งของเราได้ แต่ทุกอย่างจะต้องใช้เวลาแบบค่อยเป็นค่อยไป และต้องฝึกฝนกันตั้งแต่สุนัขนั้นยังตัวเล็กๆ อายุ 2-4เดือนเลยทีเดียว การฝึกสุนัขจนถึงขั้นออกโชว์ต่อหน้าผู้คนได้ สุนัขตัวนั้นต้องได้รับการฝึกฝนอย่างหนัก และสม่ำเสมอ จนมันไม่ตื่นคน ไม่ตื่นไฟ และพร้อมที่จะแสดงตามคำสั่งของเราเหมือนพูดจาภาษาเดียวกันเลยทีเดียว

ย้อนกลับไปบนสุด 


จัดทำเมื่อ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๔๗ :: ปรับปรุงล่าสุดเมื่อ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๔๗